วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่7: "จิตใจกับก้อนหิน"

บทที่7: "จิตใจกับก้อนหิน"
เรามีเพลงๆนึงที่เราชอบฟังมากที่สุดเพลงถึง
เนื้อเพลงสอนให้รู้ว่า
"ไม่มีใครทำร้ายเราได้ นอกจากเราทำร้ายตัวเอง"
เปรียบเหมือนการกำก้อนหินเอาไว้
ยิ่งเรากำมันแน่น เราก็ยิ่งเจ็บปวด
ดังนั้น "ปล่อยวาง" คือทางออกที่ดีที่สุด
ถ้าวันหนึ่งคนที่เกลียดเราเขาด่าเรา
อย่าไปเก็บคำพูดนั้นมาให้เจ็บปวดใจ
เพราะคนที่เกลียด เขาก็ต้องแสดงทัศนคติต่ำๆออกมาด้วยความเกลียด
เคยไหมหงุดหงิดกับคนที่ด่าว่าเรา?
จงทำใจว่า...
คนที่เกลียด เขาก็ต้องหาเรื่องมาด่า มาว่า
หาข้อเสียเรา ให้เขารู้สึกว่าเขาเหยียบเราตกต่ำได้
เขาแค่ต้องการรู้สึกว่าอยู่เหนือเราเท่านั้นแหล่ะ
เราจะตกต่ำ เมื่อเราคิดว่าตัวเองจะต้องตกต่ำ
เราจะทุกข์ เมื่อเราคิดว่าเราจะต้องทุกข์
เราจะเจ็บปวด เมื่อเราคิดว่าเราจะต้องเจ็บปวด
แล้วเราจะยอมตกต่ำตามลงไปทำไมล่ะ?
จะยอมรู้สึกให้เขาสาสมใจทำไมกัน?
ต่อให้ใครมาทำร้ายเรา ถ้าเราไม่เก็บไปใส่ใจ
เราก็จะไม่เจ็บปวด
ถือไว้ก็หนัก กำมันก็เจ็บ
หายใจลึกๆ แล้วมองข้ามไป กับอะไรๆที่เข้ามาบั่นทอนเรา
รู้ไหมวิธีฆ่าคนที่เกลียดเราคืออะไร
‪#‎มีความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้‬
นี่คือวิธีเอาคืนคนที่ด่าเราได้ดีที่สุด
แล้วพวกเขาจะร้อนรนกับความสุขของเราเอง
เก็บความรู้สึกตัวเองไว้เสียใจ
สำหรับการสูญเสียคนที่รักเราดีกว่า
อย่าไปเสียเวลากันคนที่ไม่รักเราเลย
บทความโดย : http://facebook.com/ratpassakorn

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

บทที่5: "ไข่ในกำมือ"



บทที่5: "ไข่ในกำมือ"
ความรู้สึกคนเรา ก็เปรียบเหมือนไข่หนึ่งฟองที่อยู่ในมือเรา
เปลือกไข่ก็เหมือน "ความรู้สึก"
ด้านในก็เหมือน "ความสัมพันธ์ของทั้งสองคน"
ถ้าเราต้องการฟูมฟักให้มันเติบโต
เราก็ต้องเอาใจใส่ ปกป้องและดูแลมันให้ดีที่สุด
และในทางกลับกัน...
ถ้าเรานำไข่ฟองนั้นไปกระทบกับของแข็งล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น?
แน่นอนว่ามันต้องเกิดร่องรอยแตกหรือรอยร้าว
ซึ่งต่อให้เรานำชิ้นส่วนมาประกอบให้เหมือนเดิมแค่ไหน
ร่องรอยบนเปลือกไข่ก็ยังอยู่
แถมชิ้นส่วนเศษเสี้ยวบางชิ้นก็ยังหลุดร่วงหายไป
ไม่มีหรอกกาววิเศษที่ต่อสิ่งที่แตกแล้วให้กลับมาคงสภาพเดิมได้อีก
เช่นเดียวกับความรู้สึกของคนเรา
ถ้าเราต้องการให้มันเติบโตไปในทางที่ดี
เราก็ต้องดูแลเอาใจใส่ความรู้สึกนั้น
และประคับประคองไปให้ดีที่สุด
ในทางกลับกัน...
เมื่อมีสิ่งใดมากระทบจิตใจแล้ว
ต่อให้เราทำดีทดแทนแค่ไหนก็ตาม
ร่องรอยของความรู้สึกมันก็ยังคงอยู่
คอยย้ำเตือนเสมอว่ามันเคยเจออะไรมา
ไม่มีทางที่จะกลับมาดีได้ดังเดิมอีกต่อไป
"เพราะการซ่อมแซมไม่สามารถใช้ได้กับความรู้สึกคน"
ด้วยรูปแบบที่ "ข้างนอกแข็งแกร่ง ข้างในเปราะบาง"
ถ้าข้างนอกแข็งแรงไม่พอ ก็เป็นอันตรายต่อภายใน
เช่นเดียวกับความรักของคนเรา
ถ้าความรู้สึกเกิดมีรอยแผลขึ้นแล้ว
ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก็อยู่ในระยะอันตราย
ดังนั้น จะคบกัน จะรักกัน
ต้องรู้จักดูแลรักษาความรู้สึกของกันและกัน
อย่าทำให้เกิดรอยร้าวซึ่งกันและกัน
เพราะเมื่อถึงตอนนั้น ความแข็งแรงของความรักคุณมันก็เกิดรอยร้าวขึ้นแล้ว
 modratpas.  บทความโดย : http://facebook.com/ratpassakorn


บทที่6: "ปิดตา"


บทที่6: "ปิดตา"
เคยลองเอามือปิดตาตัวเองสักข้างไหม?
สังเกตไหมว่าความชัดเจนมันจะลดลง
การเลือกที่จะรับรู้ก็เป็นเหมือนการเอามือปิดตาตัวเอง
ซ้ำร้ายหนักเข้าก็เอามือปิดสองข้าง
อย่างเช่นที่เขาเรียกว่า
"ความรักทำให้คนตาบอด"
ตาเป็นส่วนหนึ่งของประสาทรับรู้ที่สำคัญ
ถ้าเราปิดมัน ประสาทสัมผัสเราส่วนหนึ่งก็จะหายไป
จริงๆความรักไม่เคยทำให้ใครตาบอดหรอก
แต่เพราะความรัก คนหลายคนจึงเลือกที่จะเอามือปิดตา
เพื่อเลือกมองบางสิ่งให้ชัดเจนน้อยลง
เพื่อปิดการรับรู้สัมผัสได้ของตนเองลง
เพียงเพราะกลัวการจบลงของความสัมพันธ์
แน่นอนมันไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ดี
เพราะเมื่อเราปิดตา ก็เหมือนเปิดโอกาสให้อีกฝ่าย
ใช้การมองเห็นอันพร่ามัวของเรา
หลอกให้รัก หลอกให้หลง หลอกให้เชื่อใจ
เชื่อในสิ่งที่เขาพูด เชื่อในสิ่งที่เขาทำ
สุดท้าย เมื่อความผิดมันแสดงตัวชัดเจนเกินไป
สิ่งที่เรียกว่า 'ปัญหา' มันก็จะชัดเจนไปตามกัน
คนหลายคนมักจะโกรธกับสิ่งที่ตัวเองโดนหลอก
แต่จริงๆแล้วคนพวกนี้ไม่ได้โดนหลอกหรอก
แต่พวกเขากำลัง "หลอกตัวเอง"
ทั้งๆที่ในใจนั้นรู้ความจริงแต่แรก
แต่กลับเลือกที่จะปิดตาของตัวเองไปเอง
ทำให้ความจริง กับสิ่งที่เชื่อมันบิดเบือนไป
ถูกไหมกับการปิดตาตัวเอง ถามใจตัวเองดู
ทุกสิ่งอยู่ที่เราเลือกทั้งนั้นแหล่ะ
ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ คือ ความจริงใจ และต่างคนต่างไม่ต้องหลอกกัน รวมถึงการหลอกตัวเอง
‪#‎จงมองโลกตามความเป็นจริง‬

เครดิส : http://facebook.com/ratpassakorn

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่4: "ของเล่น"



บทที่4: "ของเล่น"
คุณจำของเล่นในชีวิตตัวเองได้กี่ชิ้น?
หลายคนต้องร้องไห้ อ้อนวอน ร้องขอ แลกเปลี่ยน ทำทุกวิถีทางเพื่อแลกมันมา
จำได้ไหมว่าความรู้สึกตอนนั้นเราอยากได้แค่ไหน
แต่สุดท้ายของเล่นก็คือของเล่น
สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ปล่อยมันทิ้งไว้และไปมองหาของเล่นชิ้นใหม่
วัฏจักรของเล่นมันก็เลยวนเวียนอยู่แค่
"ชอบก็ซื้อ เบื่อก็ทิ้ง"
ไม่ต่างกันกับความสัมพันธ์สมัยนี้
ที่มีทั้ง "ผู้เล่น" และ "ของเล่น"
น้อยคนที่จะโชคดีได้เป็น"ของรัก"
เพราะหลายคนมักเอาความรู้สึกคนอื่นมาสนองความ "อยากได้" ของตัวเอง
จำความรู้สึกแรกที่ต้องการครอบครองได้ไหม
หลายคนต่อสู้ฟาดฟันเพื่อจะได้มา
และสุดท้ายก็ทิ้งขว้างไปอย่างง่ายดาย
เมื่อรู้สึกว่ามันไม่ได้น่าสนใจอย่างตอนแรกเห็นอีกแล้ว
วัฏจักรความสัมพันธ์นี้จึงเป็น
ชอบก็คบ เบื่อก็ทิ้ง
แล้วมันต่างอะไรกับเด็กน้อยที่มองหาของเล่นกันล่ะ?
เรากำลังมองหาอะไรกันอยู่?
ความสุขชั่วครั้งคราวงั้นหรอ?
แล้วมั่นใจไหมว่ามันคือความสุขที่แท้จริง?
หรือเรากำลังกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง?
แต่วัฏจักรของเล่นมันดีกว่ายังไงรู้ไหม
เพราะของเล่นมันไม่มีชีวิตจิตใจไง
เราจะลืมจะทิ้งขว้างยังไงมันก็ไม่มีปัญหา
แต่ถ้ามันเกิดขึ้นกับคนล่ะ มันจะเจ็บปวดมากแค่ไหน
ถ้าวันนึงเคยสำคัญมากๆ แล้วจู่ๆก็ถูกลืมเลือนไป
ไม่มีใครอยากเป็นของเล่นที่ถูกลืมหรอก
เมื่อได้ครอบครองจงรักษาดีๆ
ถ้าไม่มั่นใจว่าจะดูแลมันได้ไปตลอดอย่างของรัก
จงปล่อยให้มันได้ไปเจอเจ้าของที่เหมาะสมเถอะ
อย่าเอาแค่ความชอบ อยากครอบครองมาทำลายความรู้สึกคนอื่นภายหลัง ถ้าไม่มั่นใจว่าสิ่งของชิ้นนั้นเป็นของรักหรือของเล่น
เราพร้อมจะเป็นของเล่นไหม หรือกำลังมองใครเป็นของเล่นรึเปล่า?
‪#‎อย่าเป็นของเล่นให้ใครต่อให้ใจเข้มแข็งแค่ไหนก็ไม่พอ‬
 modratpas. http://facebook.com/ratpassakorn

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่3: "อย่าเอาหัวใจ..


บทที่3: "อย่าเอาหัวใจไปผูกกับเท้าใคร"
คนหลายคนยอมเอาหัวใจตัวเองไปผูกแทบเท้าคนที่รัก
เพียงเพื่อต้องการจะก้าวไปพร้อมเขา
แต่สุดท้ายก็ต้องเศร้าเสียใจที่ระหว่างทางที่เขาเดิน เขาเหยียบย่ำหัวใจเราไปด้วย
สุดท้ายคนที่เจ็บก็แค่เรา แถมเขาก็รำคาญ
ที่การเดินทางของเขามันไม่สะดวก
เพราะสำหรับเขาเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างขัดขาเขาตลอด
มาถึงตรงนี้ ลองคิดดีๆว่า เราควรเก็บหัวใจตัวเองคืนมาไหม?
ถ้าเขาไม่เอามันไปดูแล จะให้เขาลากมันไปกับเท้าเขาอย่างนั้นหรอ?
เราจะต้องอดทนให้เขาเหยียบย่ำไปตลอดชีวิตหรอ?
เขาก็เหนื่อย เราก็เจ็บ
การรักเขาไม่จำเป็นต้องรักแบบไม่รักตัวเอง
การรักเขาไม่จำเป็นต้องเอาหัวใจเราไปให้เขาเหยียบย่ำ
สิ่งที่แย่ที่สุดคือการไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง
แล้วคนอื่นเขาจะเห็นคุณค่าของเราหรอ
แก้มัดซะ ปล่อยให้เขาเดินได้อย่างสบาย
ปลดปล่อยใจให้เป็นอิสระ
คนที่รักและพร้อมดูแลหัวใจดวงนั้นยังมีอีกมากมาย
ถ้าไม่กล้าเชื่อใจว่าใครจะรัก
ส่องกระจกไป คนในกระจกไงคือคนที่เราต้องดูแล
ส่องกระจกไป ว่าคนในกระจกหน้าเหมือนใคร
"พ่อแม่"
หลายคนบอกว่าความรักที่ต้องการมันไม่เหมือนกัน
รักแบบครอบครัว รักแบบแฟน มันต่างกัน
ใช่.. มันอาจต่างกัน เพราะ
พ่อแม่รักเรา ทั้งๆที่เราเป็นคนเลว
พ่อแม่รักเรา ทั้งๆที่ยังไม่เห็นหน้า
พ่อแม่รักเรา ทั้งๆที่ไม่ต้องรู้ว่าเรารักท่านแค่ไหน
พ่อแม่รักเรา ทั้งๆที่เราไม่ต้องพยายามที่จะทำอะไร
เราเลยมองข้ามความรักที่ได้มาง่ายๆงั้นหรอ?
รักตัวเองและครอบครัวคือคำตอบที่ดีที่สุด ถ้าความรักมันทำให้ช้ำเกินไป
ถ้ารักตัวเองไม่เป็น เราจะไปรักใครอย่างมีสติได้อย่างไร
 modratpas.http://facebook.com/ratpassakorn

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่2 : "ใช่ ผู้หญิงงี่เง่า"




บทที่2 : "ใช่ ผู้หญิงงี่เง่า"
ผชหลายคนชอบบ่นว่า "ทำไมผญงี่เง่าจังวะ!!"
ลองเปิดใจและอ่านข้อความนี้ดูนะ แบบไม่ใส่อารมณ์และอคติลงไป
คือคนทุกคนมีความงี่เง่าเป็นของตัวเองในตัว
ผชก็มีไง แต่ผญส่วนใหญ่เขาจะมองข้ามไป เพราะคิดว่ารักแล้ว เลือกแล้ว เขาจะเป็นไงก็ยอมรับได้
เราเป็นผญก็จริง แต่ก็ไม่ได้ต้องการจะอวยว่าผญไม่ผิด
เรายังเชื่อว่าทุกการกระทำของทุกคนมีเหตุผลนัยยะของมัน
เมื่อคนเรารู้สึกว่าความสำคัญมันลดน้อยลง ก็จะเกิดการเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองเคยได้รับ มันอาจไม่ใช่สิ่งของเงินทอง แต่มันคือความรู้สึกที่น้อยลง นั่นก็คือการเรียกร้องให้สนใจรูปแบบนึง
คนเราเรียกร้องความสนใจต่างกัน
แต่วิธีของผญส่วนใหญ่ เป็นการเรียกร้องความสนใจที่ถูกผชจำกัดความการกระทำนั้นว่า"งี่เง่า"นั่นเอง
เอาจริงๆป่ะ มันดูออกง่ายมากนะ
ว่าผู้หญิงคนนั้นรักคุณไหม?
ถ้าเธองี่เง่าเพราะเธอรัก นี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวนะ
แต่เพราะผู้หญิงเขาให้ความสำคัญคุณไง
ทำให้เขาอยากเป็นคนสำคัญ ถูกมองว่าสำคัญเช่นกัน
อยากให้เข้าใจว่าเหตุผลมันเกิดจากอะไร และควรแก้ไขตรงไหน
เมื่อเขางี่เง่า ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไร คุณผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องตรงไหน หรือคุณทำอะไรผิดมา
ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่ามัวแต่เอาอารมณ์ไปผูก แต่ต้องเอาเหตุผลมาเกี่ยว มาคิดไตร่ตรอง
หยุดโมโหและลองย้อนกลับมาดูตัวเราเอง ว่าเปลี่ยนไปแค่ไหน?
เคยได้ยินอิคำว่า sense ป่าว
มันเป็นสัมผัสที่6ของผู้หญิงเว้ย แต่ไม่ได้ลี้ลับอะไรหรอก มันคือการสัมผัสรับรู้ได้ว่า มีอะไรผิดปกติ
อาจเรียกได้ว่าเป็นพลังพิเศษที่ไม่ได้อยู่เหนือธรรมชาติ
แต่เขาใส่ใจรายละเอียดของคนที่เขาให้ความสำคัญ
ดังนั้นถ้ามีอะไรผิดปกตินิดหน่อย เขาก็รับรู้ได้ทันที
ดังนั้น ถ้าคุณมีเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้เปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะโตขึ้น งานหนักขึ้น ติดธุระกับครอบครัว หรือจะเหตุผลใดๆ อธิบายไปเถอะ ต่อให้เขาโกรธเขางอน สักพักก็หาย เพราะคุณมีเหตุผลที่ดีที่ควร ไม่ได้รักน้อยลง ไม่ได้ไม่สนใจ เขาจะได้เตรียมตัวตั้งรับ อย่างน้อยเขาก็รู้สึกสำคัญพอที่คุณจะบอกทุกๆเรื่อง คือผญเขาก็มีเหตุผลเว้ย
"อย่ากลัวผลกระทบที่เกิดจากการพูดความจริง จงกลัวผลกระทบของการหลีกเลี่ยงความจริงจะดีกว่า"
ลองมองในทางกลับกัน ถ้าคุณไม่อธิบายและโมโหกลับ
ผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากความสะใจ นอกจากน้ำตาผู้หญิง และคำด่าแบบใส่อารมณ์ คุณจะได้รับอะไรหรอ? มันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วจริงๆหรอ?
ชีวิตเราก็เหมือนข้อสอบอัตนัยอ่ะ ไม่มีอะไรผิด ขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละคนว่าจะตอบโจทย์ข้อนี้ยังไง คะแนนก็อยู่ที่ความพึงพอใจของอีกฝ่าย
หันไปถามตัวเองนะ...
ว่าทำดีพอแล้วหรือยัง?
มีมาตรฐานเดิมอยู่รึเปล่า?
ยังรักผู้หญิงคนนี้เท่าเดิมไหม?
พร้อมจะสูญเสียเขาไปรึยัง?
เพราะวันนึงถ้าผญเปลี่ยนไป เลิกงี่เง่า เลิกสนใจ ให้รู้ไว้ว่ามี2อย่าง
1.คุณดีขึ้น
2.เขาหมดใจ
ปล.แล้วเวลาที่เมนส์มานะคูณ100คูณ1000ได้เลย ความพีคของอารมณ์มีอยู่จริง
 modratpas. http://facebook.com/ratpassakorn