บทที่2 : "ใช่ ผู้หญิงงี่เง่า"
ผชหลายคนชอบบ่นว่า "ทำไมผญงี่เง่าจังวะ!!"
ลองเปิดใจและอ่านข้อความนี้ดูนะ แบบไม่ใส่อารมณ์และอคติลงไป
ลองเปิดใจและอ่านข้อความนี้ดูนะ แบบไม่ใส่อารมณ์และอคติลงไป
คือคนทุกคนมีความงี่เง่าเป็นของตัวเองในตัว
ผชก็มีไง แต่ผญส่วนใหญ่เขาจะมองข้ามไป เพราะคิดว่ารักแล้ว เลือกแล้ว เขาจะเป็นไงก็ยอมรับได้
เราเป็นผญก็จริง แต่ก็ไม่ได้ต้องการจะอวยว่าผญไม่ผิด
เรายังเชื่อว่าทุกการกระทำของทุกคนมีเหตุผลนัยยะของมัน
ผชก็มีไง แต่ผญส่วนใหญ่เขาจะมองข้ามไป เพราะคิดว่ารักแล้ว เลือกแล้ว เขาจะเป็นไงก็ยอมรับได้
เราเป็นผญก็จริง แต่ก็ไม่ได้ต้องการจะอวยว่าผญไม่ผิด
เรายังเชื่อว่าทุกการกระทำของทุกคนมีเหตุผลนัยยะของมัน
เมื่อคนเรารู้สึกว่าความสำคัญมันลดน้อยลง ก็จะเกิดการเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองเคยได้รับ มันอาจไม่ใช่สิ่งของเงินทอง แต่มันคือความรู้สึกที่น้อยลง นั่นก็คือการเรียกร้องให้สนใจรูปแบบนึง
คนเราเรียกร้องความสนใจต่างกัน
แต่วิธีของผญส่วนใหญ่ เป็นการเรียกร้องความสนใจที่ถูกผชจำกัดความการกระทำนั้นว่า"งี่เง่า"นั่นเอง
แต่วิธีของผญส่วนใหญ่ เป็นการเรียกร้องความสนใจที่ถูกผชจำกัดความการกระทำนั้นว่า"งี่เง่า"นั่นเอง
เอาจริงๆป่ะ มันดูออกง่ายมากนะ
ว่าผู้หญิงคนนั้นรักคุณไหม?
ถ้าเธองี่เง่าเพราะเธอรัก นี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวนะ
แต่เพราะผู้หญิงเขาให้ความสำคัญคุณไง
ทำให้เขาอยากเป็นคนสำคัญ ถูกมองว่าสำคัญเช่นกัน
ว่าผู้หญิงคนนั้นรักคุณไหม?
ถ้าเธองี่เง่าเพราะเธอรัก นี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวนะ
แต่เพราะผู้หญิงเขาให้ความสำคัญคุณไง
ทำให้เขาอยากเป็นคนสำคัญ ถูกมองว่าสำคัญเช่นกัน
อยากให้เข้าใจว่าเหตุผลมันเกิดจากอะไร และควรแก้ไขตรงไหน
เมื่อเขางี่เง่า ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไร คุณผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องตรงไหน หรือคุณทำอะไรผิดมา
ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่ามัวแต่เอาอารมณ์ไปผูก แต่ต้องเอาเหตุผลมาเกี่ยว มาคิดไตร่ตรอง
เมื่อเขางี่เง่า ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไร คุณผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องตรงไหน หรือคุณทำอะไรผิดมา
ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่ามัวแต่เอาอารมณ์ไปผูก แต่ต้องเอาเหตุผลมาเกี่ยว มาคิดไตร่ตรอง
หยุดโมโหและลองย้อนกลับมาดูตัวเราเอง ว่าเปลี่ยนไปแค่ไหน?
เคยได้ยินอิคำว่า sense ป่าว
มันเป็นสัมผัสที่6ของผู้หญิงเว้ย แต่ไม่ได้ลี้ลับอะไรหรอก มันคือการสัมผัสรับรู้ได้ว่า มีอะไรผิดปกติ
อาจเรียกได้ว่าเป็นพลังพิเศษที่ไม่ได้อยู่เหนือธรรมชาติ
แต่เขาใส่ใจรายละเอียดของคนที่เขาให้ความสำคัญ
ดังนั้นถ้ามีอะไรผิดปกตินิดหน่อย เขาก็รับรู้ได้ทันที
มันเป็นสัมผัสที่6ของผู้หญิงเว้ย แต่ไม่ได้ลี้ลับอะไรหรอก มันคือการสัมผัสรับรู้ได้ว่า มีอะไรผิดปกติ
อาจเรียกได้ว่าเป็นพลังพิเศษที่ไม่ได้อยู่เหนือธรรมชาติ
แต่เขาใส่ใจรายละเอียดของคนที่เขาให้ความสำคัญ
ดังนั้นถ้ามีอะไรผิดปกตินิดหน่อย เขาก็รับรู้ได้ทันที
ดังนั้น ถ้าคุณมีเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้เปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะโตขึ้น งานหนักขึ้น ติดธุระกับครอบครัว หรือจะเหตุผลใดๆ อธิบายไปเถอะ ต่อให้เขาโกรธเขางอน สักพักก็หาย เพราะคุณมีเหตุผลที่ดีที่ควร ไม่ได้รักน้อยลง ไม่ได้ไม่สนใจ เขาจะได้เตรียมตัวตั้งรับ อย่างน้อยเขาก็รู้สึกสำคัญพอที่คุณจะบอกทุกๆเรื่อง คือผญเขาก็มีเหตุผลเว้ย
ไม่ว่าจะโตขึ้น งานหนักขึ้น ติดธุระกับครอบครัว หรือจะเหตุผลใดๆ อธิบายไปเถอะ ต่อให้เขาโกรธเขางอน สักพักก็หาย เพราะคุณมีเหตุผลที่ดีที่ควร ไม่ได้รักน้อยลง ไม่ได้ไม่สนใจ เขาจะได้เตรียมตัวตั้งรับ อย่างน้อยเขาก็รู้สึกสำคัญพอที่คุณจะบอกทุกๆเรื่อง คือผญเขาก็มีเหตุผลเว้ย
"อย่ากลัวผลกระทบที่เกิดจากการพูดความจริง จงกลัวผลกระทบของการหลีกเลี่ยงความจริงจะดีกว่า"
ลองมองในทางกลับกัน ถ้าคุณไม่อธิบายและโมโหกลับ
ผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากความสะใจ นอกจากน้ำตาผู้หญิง และคำด่าแบบใส่อารมณ์ คุณจะได้รับอะไรหรอ? มันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วจริงๆหรอ?
ผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากความสะใจ นอกจากน้ำตาผู้หญิง และคำด่าแบบใส่อารมณ์ คุณจะได้รับอะไรหรอ? มันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วจริงๆหรอ?
ชีวิตเราก็เหมือนข้อสอบอัตนัยอ่ะ ไม่มีอะไรผิด ขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละคนว่าจะตอบโจทย์ข้อนี้ยังไง คะแนนก็อยู่ที่ความพึงพอใจของอีกฝ่าย
หันไปถามตัวเองนะ...
ว่าทำดีพอแล้วหรือยัง?
มีมาตรฐานเดิมอยู่รึเปล่า?
ยังรักผู้หญิงคนนี้เท่าเดิมไหม?
พร้อมจะสูญเสียเขาไปรึยัง?
ว่าทำดีพอแล้วหรือยัง?
มีมาตรฐานเดิมอยู่รึเปล่า?
ยังรักผู้หญิงคนนี้เท่าเดิมไหม?
พร้อมจะสูญเสียเขาไปรึยัง?
เพราะวันนึงถ้าผญเปลี่ยนไป เลิกงี่เง่า เลิกสนใจ ให้รู้ไว้ว่ามี2อย่าง
1.คุณดีขึ้น
2.เขาหมดใจ
1.คุณดีขึ้น
2.เขาหมดใจ
ปล.แล้วเวลาที่เมนส์มานะคูณ100คูณ1000ได้เลย ความพีคของอารมณ์มีอยู่จริง
modratpas. http://facebook.com/ ratpassakorn

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น