วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่4: "ของเล่น"



บทที่4: "ของเล่น"
คุณจำของเล่นในชีวิตตัวเองได้กี่ชิ้น?
หลายคนต้องร้องไห้ อ้อนวอน ร้องขอ แลกเปลี่ยน ทำทุกวิถีทางเพื่อแลกมันมา
จำได้ไหมว่าความรู้สึกตอนนั้นเราอยากได้แค่ไหน
แต่สุดท้ายของเล่นก็คือของเล่น
สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ปล่อยมันทิ้งไว้และไปมองหาของเล่นชิ้นใหม่
วัฏจักรของเล่นมันก็เลยวนเวียนอยู่แค่
"ชอบก็ซื้อ เบื่อก็ทิ้ง"
ไม่ต่างกันกับความสัมพันธ์สมัยนี้
ที่มีทั้ง "ผู้เล่น" และ "ของเล่น"
น้อยคนที่จะโชคดีได้เป็น"ของรัก"
เพราะหลายคนมักเอาความรู้สึกคนอื่นมาสนองความ "อยากได้" ของตัวเอง
จำความรู้สึกแรกที่ต้องการครอบครองได้ไหม
หลายคนต่อสู้ฟาดฟันเพื่อจะได้มา
และสุดท้ายก็ทิ้งขว้างไปอย่างง่ายดาย
เมื่อรู้สึกว่ามันไม่ได้น่าสนใจอย่างตอนแรกเห็นอีกแล้ว
วัฏจักรความสัมพันธ์นี้จึงเป็น
ชอบก็คบ เบื่อก็ทิ้ง
แล้วมันต่างอะไรกับเด็กน้อยที่มองหาของเล่นกันล่ะ?
เรากำลังมองหาอะไรกันอยู่?
ความสุขชั่วครั้งคราวงั้นหรอ?
แล้วมั่นใจไหมว่ามันคือความสุขที่แท้จริง?
หรือเรากำลังกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง?
แต่วัฏจักรของเล่นมันดีกว่ายังไงรู้ไหม
เพราะของเล่นมันไม่มีชีวิตจิตใจไง
เราจะลืมจะทิ้งขว้างยังไงมันก็ไม่มีปัญหา
แต่ถ้ามันเกิดขึ้นกับคนล่ะ มันจะเจ็บปวดมากแค่ไหน
ถ้าวันนึงเคยสำคัญมากๆ แล้วจู่ๆก็ถูกลืมเลือนไป
ไม่มีใครอยากเป็นของเล่นที่ถูกลืมหรอก
เมื่อได้ครอบครองจงรักษาดีๆ
ถ้าไม่มั่นใจว่าจะดูแลมันได้ไปตลอดอย่างของรัก
จงปล่อยให้มันได้ไปเจอเจ้าของที่เหมาะสมเถอะ
อย่าเอาแค่ความชอบ อยากครอบครองมาทำลายความรู้สึกคนอื่นภายหลัง ถ้าไม่มั่นใจว่าสิ่งของชิ้นนั้นเป็นของรักหรือของเล่น
เราพร้อมจะเป็นของเล่นไหม หรือกำลังมองใครเป็นของเล่นรึเปล่า?
‪#‎อย่าเป็นของเล่นให้ใครต่อให้ใจเข้มแข็งแค่ไหนก็ไม่พอ‬
 modratpas. http://facebook.com/ratpassakorn

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่3: "อย่าเอาหัวใจ..


บทที่3: "อย่าเอาหัวใจไปผูกกับเท้าใคร"
คนหลายคนยอมเอาหัวใจตัวเองไปผูกแทบเท้าคนที่รัก
เพียงเพื่อต้องการจะก้าวไปพร้อมเขา
แต่สุดท้ายก็ต้องเศร้าเสียใจที่ระหว่างทางที่เขาเดิน เขาเหยียบย่ำหัวใจเราไปด้วย
สุดท้ายคนที่เจ็บก็แค่เรา แถมเขาก็รำคาญ
ที่การเดินทางของเขามันไม่สะดวก
เพราะสำหรับเขาเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างขัดขาเขาตลอด
มาถึงตรงนี้ ลองคิดดีๆว่า เราควรเก็บหัวใจตัวเองคืนมาไหม?
ถ้าเขาไม่เอามันไปดูแล จะให้เขาลากมันไปกับเท้าเขาอย่างนั้นหรอ?
เราจะต้องอดทนให้เขาเหยียบย่ำไปตลอดชีวิตหรอ?
เขาก็เหนื่อย เราก็เจ็บ
การรักเขาไม่จำเป็นต้องรักแบบไม่รักตัวเอง
การรักเขาไม่จำเป็นต้องเอาหัวใจเราไปให้เขาเหยียบย่ำ
สิ่งที่แย่ที่สุดคือการไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง
แล้วคนอื่นเขาจะเห็นคุณค่าของเราหรอ
แก้มัดซะ ปล่อยให้เขาเดินได้อย่างสบาย
ปลดปล่อยใจให้เป็นอิสระ
คนที่รักและพร้อมดูแลหัวใจดวงนั้นยังมีอีกมากมาย
ถ้าไม่กล้าเชื่อใจว่าใครจะรัก
ส่องกระจกไป คนในกระจกไงคือคนที่เราต้องดูแล
ส่องกระจกไป ว่าคนในกระจกหน้าเหมือนใคร
"พ่อแม่"
หลายคนบอกว่าความรักที่ต้องการมันไม่เหมือนกัน
รักแบบครอบครัว รักแบบแฟน มันต่างกัน
ใช่.. มันอาจต่างกัน เพราะ
พ่อแม่รักเรา ทั้งๆที่เราเป็นคนเลว
พ่อแม่รักเรา ทั้งๆที่ยังไม่เห็นหน้า
พ่อแม่รักเรา ทั้งๆที่ไม่ต้องรู้ว่าเรารักท่านแค่ไหน
พ่อแม่รักเรา ทั้งๆที่เราไม่ต้องพยายามที่จะทำอะไร
เราเลยมองข้ามความรักที่ได้มาง่ายๆงั้นหรอ?
รักตัวเองและครอบครัวคือคำตอบที่ดีที่สุด ถ้าความรักมันทำให้ช้ำเกินไป
ถ้ารักตัวเองไม่เป็น เราจะไปรักใครอย่างมีสติได้อย่างไร
 modratpas.http://facebook.com/ratpassakorn

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บทที่2 : "ใช่ ผู้หญิงงี่เง่า"




บทที่2 : "ใช่ ผู้หญิงงี่เง่า"
ผชหลายคนชอบบ่นว่า "ทำไมผญงี่เง่าจังวะ!!"
ลองเปิดใจและอ่านข้อความนี้ดูนะ แบบไม่ใส่อารมณ์และอคติลงไป
คือคนทุกคนมีความงี่เง่าเป็นของตัวเองในตัว
ผชก็มีไง แต่ผญส่วนใหญ่เขาจะมองข้ามไป เพราะคิดว่ารักแล้ว เลือกแล้ว เขาจะเป็นไงก็ยอมรับได้
เราเป็นผญก็จริง แต่ก็ไม่ได้ต้องการจะอวยว่าผญไม่ผิด
เรายังเชื่อว่าทุกการกระทำของทุกคนมีเหตุผลนัยยะของมัน
เมื่อคนเรารู้สึกว่าความสำคัญมันลดน้อยลง ก็จะเกิดการเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองเคยได้รับ มันอาจไม่ใช่สิ่งของเงินทอง แต่มันคือความรู้สึกที่น้อยลง นั่นก็คือการเรียกร้องให้สนใจรูปแบบนึง
คนเราเรียกร้องความสนใจต่างกัน
แต่วิธีของผญส่วนใหญ่ เป็นการเรียกร้องความสนใจที่ถูกผชจำกัดความการกระทำนั้นว่า"งี่เง่า"นั่นเอง
เอาจริงๆป่ะ มันดูออกง่ายมากนะ
ว่าผู้หญิงคนนั้นรักคุณไหม?
ถ้าเธองี่เง่าเพราะเธอรัก นี่ไม่ใช่ข้อแก้ตัวนะ
แต่เพราะผู้หญิงเขาให้ความสำคัญคุณไง
ทำให้เขาอยากเป็นคนสำคัญ ถูกมองว่าสำคัญเช่นกัน
อยากให้เข้าใจว่าเหตุผลมันเกิดจากอะไร และควรแก้ไขตรงไหน
เมื่อเขางี่เง่า ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไร คุณผิดพลาดหรือขาดตกบกพร่องตรงไหน หรือคุณทำอะไรผิดมา
ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อย่ามัวแต่เอาอารมณ์ไปผูก แต่ต้องเอาเหตุผลมาเกี่ยว มาคิดไตร่ตรอง
หยุดโมโหและลองย้อนกลับมาดูตัวเราเอง ว่าเปลี่ยนไปแค่ไหน?
เคยได้ยินอิคำว่า sense ป่าว
มันเป็นสัมผัสที่6ของผู้หญิงเว้ย แต่ไม่ได้ลี้ลับอะไรหรอก มันคือการสัมผัสรับรู้ได้ว่า มีอะไรผิดปกติ
อาจเรียกได้ว่าเป็นพลังพิเศษที่ไม่ได้อยู่เหนือธรรมชาติ
แต่เขาใส่ใจรายละเอียดของคนที่เขาให้ความสำคัญ
ดังนั้นถ้ามีอะไรผิดปกตินิดหน่อย เขาก็รับรู้ได้ทันที
ดังนั้น ถ้าคุณมีเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้เปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะโตขึ้น งานหนักขึ้น ติดธุระกับครอบครัว หรือจะเหตุผลใดๆ อธิบายไปเถอะ ต่อให้เขาโกรธเขางอน สักพักก็หาย เพราะคุณมีเหตุผลที่ดีที่ควร ไม่ได้รักน้อยลง ไม่ได้ไม่สนใจ เขาจะได้เตรียมตัวตั้งรับ อย่างน้อยเขาก็รู้สึกสำคัญพอที่คุณจะบอกทุกๆเรื่อง คือผญเขาก็มีเหตุผลเว้ย
"อย่ากลัวผลกระทบที่เกิดจากการพูดความจริง จงกลัวผลกระทบของการหลีกเลี่ยงความจริงจะดีกว่า"
ลองมองในทางกลับกัน ถ้าคุณไม่อธิบายและโมโหกลับ
ผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากความสะใจ นอกจากน้ำตาผู้หญิง และคำด่าแบบใส่อารมณ์ คุณจะได้รับอะไรหรอ? มันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วจริงๆหรอ?
ชีวิตเราก็เหมือนข้อสอบอัตนัยอ่ะ ไม่มีอะไรผิด ขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละคนว่าจะตอบโจทย์ข้อนี้ยังไง คะแนนก็อยู่ที่ความพึงพอใจของอีกฝ่าย
หันไปถามตัวเองนะ...
ว่าทำดีพอแล้วหรือยัง?
มีมาตรฐานเดิมอยู่รึเปล่า?
ยังรักผู้หญิงคนนี้เท่าเดิมไหม?
พร้อมจะสูญเสียเขาไปรึยัง?
เพราะวันนึงถ้าผญเปลี่ยนไป เลิกงี่เง่า เลิกสนใจ ให้รู้ไว้ว่ามี2อย่าง
1.คุณดีขึ้น
2.เขาหมดใจ
ปล.แล้วเวลาที่เมนส์มานะคูณ100คูณ1000ได้เลย ความพีคของอารมณ์มีอยู่จริง
 modratpas. http://facebook.com/ratpassakorn